วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Home by Yann Arthus-Bertrand


Home by Yann Arthus-Bertrand


น้ำ ป่าโกงกาง การเผาถ่าน การกัดเซาะ การเกษตร ยูคาลิปตัส น้ำแข็ง ก๊าซมีเทน การปศุสัตว์ ชนชั้น

ความรู้สึกก่อนที่ผมจะดูภาพยนตร์เรื่อง Home นั้นความคาดหวังในการดูหนังเรื่องนี้ว่าดูแล้วได้อะไร ประมาณการว่าคงไม่ได้ช่วยให้การรับรู้เรื่องทางวิชาการของภาวะโลกร้อนมากขึ้นเท่าไหร่ เพราะจากสื่อที่ช่วยกันรณรงค์ประโคมข่าวกันทุกวันนั้นช่วยกันสร้างสรรค์แต่เนื้อหาของข่าวแต่ไม่ได้เพิ่มอรรถรสความบันเทิงที่จะดึงดูดจุดสนใจในการรับรู้ได้เลย ดังนั้นความคาดหวังกับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงไม่ต่างกัน นั้นก็คือความคิดเห็นแรกๆก่อนที่จะดูภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่หลังจากนั้นต้องยอมรับกับใบโฆษณาหนังเรื่อง Home นี้มากมันมีปริศนาและความใคร่ดูใคร่สงสัยเป็นอย่างมาก มันดูเป็นภาพยนตร์ระดับโลกดีทีเดียว


ภาพแรกที่ได้เห็นจากภาพยนตร์เรื่องนี้คือพลังทางด้านภาพที่ยอมรับได้กับความสวยงามที่ตั้งใจนำเสนอทั้งเทคนิคพิเศษที่สมจริงกับการถ่ายภาพจากมุมสูงที่ไม่มีการกระตุกเลย เสมือนผู้ชมกำลังนั่งมองโลกจากบนอากาศก็ว่าได้ ส่วนเนื้อหาของเรื่องที่ได้รับชมนั้นกล่าวถึงความเปลี่ยนไปของสภาวะอากาศ ความเป็นอยู่ของสัตว์ต่างๆรอบโลกซึ่งนั้นร่วมถึงมนุษย์ จุดสนใจที่นำเสนอเริ่มแรกคือเรื่องการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอากาศนำมาซึ่งการสูญเสียความสมดุลของน้ำ ภาพที่ชัดเจนที่สุดคือน้ำแข็งที่กำลังละลายลงอย่าช้าๆแต่กินระยะเวลานานพอที่จะเพิ่มระดับน้ำในโลกให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ นั้นหมายถึงหายนะในอีกไม่ช้าที่กำลังจะเกิดกับโลกใบนี้ มันคือสัญญาณเตือนและบทลงโทษที่เริ่มเห็นเด่นชัดขึ้น

ส่วนหนึ่งจากภาพยนตร์ Home by Yann Arthus-Bertrand

มันเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้นคือคำถามหลังการเกริ่นนำของภาพยนตร์เรื่องนี้และเป็นการเกริ่นนำที่เรารับรู้ช้าเกินไปจากธรรมชาติที่บอกเราผ่านการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัว การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรนับเป็นปัจจัยใหญ่ๆในการเสียความสมดุลมากมายของโลก การรุกล้ำพื้นที่ป่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและการเกษตรกรรม การนำพลังงานที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่มาใช้ในปริมาณมาก

การเติบโตขึ้นของสังคมเมืองเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเร็วเกินไปกับการเกื้อหนุนกันของสิ่งแวดล้อม เครื่องจักรกลมีผลอย่างมากนั้นคือในช่วงระยะเวลาที่มนุษย์รู้จักการใช้พลังงานและการทุ่นแรงของเครื่องจักรผลเสียของมันคือแก๊สพิษ อเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่เห็นถึงปัญหาข้อนี้ได้มันเป้นเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ความต้องการใช้พลังงานและอาหารมีมากขึ้นทุกวันนั้นหมายถึงสายพานการผลิตที่มากขึ้นตามไปด้วย แน่นอนมันมีผลต่อโลกเราแต่อเมริกายังคงต้องการความเติบโตมากขึ้นๆและมากขึ้นทุกวัน

การขนส่งทรัพยากรครั้งละมากๆทำขึ้นได้หลายทางหนึ่งในนั้นคือการขนส่งทางน้ำ ซึ่งบรรจุสินค้าและทรัพยากรต่างๆได้ครั้งละมากๆซึ่งนั้นส่งผลกับสัตว์น้ำในทะเลด้วยและมันก็ได้รับผลกระทบจากความต้องการด้านอาหารที่มากขึ้นของมนุษย์ด้วยเช่นกันมันถูกล่าจนอัตราการสูญพันธ์ของสัตว์น้ำบางชนิดถึงขั้นวิกฤตเสียแล้ว

ภาพ: ความต้องการทรัพยากรต่างๆของมนุษย์

ในบางแห่งของโลกยังคงมีความต้องการน้ำเป็นอย่างมากตัวอย่างเช่นทวีปบริเวณแอฟฟริกาในช่วงฤดูแล้ง หญิงชาวบ้านในพื้นดินแห้งแล้งยังคงต้องขุดดินเพื่อหาน้ำ และในหลายประเทศการรุกล้ำพื้นที่ป่ายังคงเป็นเรื่องที่ทำกันได้ง่าย การปลูกต้นยูคาลิปตัสเป็นหนึ่งในสาเหตุ และผลที่ตามมาคือการขาดแร่ธาตุในดินและการกัดเซาะหน้าดินที่มากขึ้นอีกทั้งดินของเนื้อที่เพาะปลูกนั้นยังขาดน้ำ เพราะโดยปรกติแล้วต้นยูคาลิปตัสเป็นต้นไม้ที่ต้องการน้ำในปริมาณมาก แต่มนุษย์ยังคงปลูกพืชชนิดอยู่เพราะข้อดีของต้นยูคาลิปตัสคือการเติบโตที่เร็วกว่าไม้ยืนต้นชนิดอื่นแต่นั้นก็ไม่พอกับความต้องการใช้กระดาษ และเนื้อไม้ในวัสดุอื่นๆ แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นประชากรนับ 2 พันล้านคนนั้นคือในแถบประเทศที่ไม่เจริญนั้นยังคงใช้ถ่านไม้ในการเป็นเชื้อเพลิงอยู่ นั้นเป็นเพราะการแจกจ่ายไฟฟ้ายังคงไปไม่ถึง ประเทศเหล่านี้ยังคงต้องการความช่วยเหลือและหากเรายังคงปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแก๊สพิษและการใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็นจะยิ่งส่งผลกระทบโดยรอบในไม่ช้า

ภาพ: ความต้องการที่มากเกินพอดีของมนุษย์โลก

ภาพความแตกต่างทางชนชั้นยังคงอยู่ในกาลต่อไปเส้นแบ่งความมีฐานะจะชัดเจนมากขึ้นทุกวันนี้มีเพียงคน 2% บนโลกที่เป็นเศรษฐีเท่านั้น การศึกษานับเป็นสิ่งสำคัญของคนทั่วไปเพราะนั้นส่งผลถึงความเป็นอยู่ของพวกเค้าด้วย

การควบคุมธรรมชาติของมนุษย์นั้นทำได้ไม่ดีนักทั้ง ดิน น้ำ รวมทั้งอากาศแต่มนุษย์เรายังพอที่จะตระหนักภาวะขาดแคลนทรัพยากรในวันข้างหน้าได้จึงได้มีการคิดค้นวิธีการเก็บรักษาพลังงานในรูปแบบต่างๆ เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถเก็บรักษาได้ไม่สิ้นสุดเพราะเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ได้ไม่จำกัดเพียงแต่ในทุกวันนี้ยังคงเป้นไปได้ยากหากทุกคนไม่ร่วมมือกัน ต่อไปโลกของเราที่เรียกว่าบ้านคงไม่น่าอยู่อย่างที่ควรจะเป็น

โดยรวมแล้วสิ่งที่ควรจะนำเสนอของหนังก็ทำออกมาได้ดีแล้วโดยอาศัยเรื่องการอิงข้อมูลความจริงในข้อมูลเชิงลึกและการนำเสนอทางด้านภาพที่มีส่วนอย่างมากในการดึงดูดผู้ชมให้ยังคงติดตามต่อ สิ่งหนึ่งที่หนังต้องการเพียงเป็นสื่อนำเสนอชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนไปของโลกของเราที่เรียกว่าบ้าน จิตสำนึกและการช่วยเหลือเกื้อกูลกันคงเป็นความคาดหวังอย่างจริงจังในการผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ หากมองว่าหนังเรื่องนี้เหตุใดถึงชาดคนแสดงนั้นคงคิดผิดเสียแล้ว เพราะตัวเราเองนั้นแหละที่คงเป็นตัวเดินเรื่องให้ภาพยนตร์นี่เอง เสมอเหมือนผู้กำกับโลกทั้งใบเสียด้วยซ้ำไป

ภาพ : ส่วนหนึ่งจากภาพยนตร์ Home by Yann Arthus-Bertrand

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น